คลิกคำว่า โรงเรียนวัดศรีประชุมชน - จะเข้าหน้าแรกเสมอ
ค้นหา :
   วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555
เลือกฉบับ  
คอลัมน์ข่าว
สาระสำคัญของหลักสูตร 2551 (1)

เว็บบอร์ด
เป็นเว็บที่ดี
เป็นเว็บที่ดี
ขอเชิญพลกนิกรชาวไทยร่วมลงนามถวายพระพรที่http://royal.sipa.or.th/
ขอฝากพวกเราคนไทยร่วมกันเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มาก ๆ
เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
ไปหน้ากระทู้รวม >>

ดู VDO ออนไลน์
แหล่ประวัติศาสตร์ไทยเสียดินแดน 14 ครั้ง
sp
กิจกรรมอนุบาล
  มีต่อ>>

 


Web Link



 


รายละเอียดของข่าว ในกลุ่ม "สาระสำคัญของหลักสูตร 2551"

สาระสำคัญของหลักสูตร พ.ศ.2551

สาระสำคัญของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

 

วิสัยทัศน์
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองและพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ
จุดหมาย
1.
มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาอื่นที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2.
มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต
3.
มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัยและรักการออกกำลังกาย
4.
มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
5.
มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งเน้นทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1.ความสามารถในการสือสาร
2.
ความสามารถในการคิด
3.
ความสามารถในการแก้ปัญหา
4.
ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5.
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1.รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2.
ซื่อสัตย์สุจริต
3.
มีวินัย
4.
ใฝ่เรียนรู้
5.
อยู่อย่างพอเพียง
6.
มุ่งมั่นในการทำงาน
7.
รักความเป็นไทย

8.มีจิตสาธารณะ

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 8 กลุ่มสาระ
1.ภาษาไทย
2.
คณิตศาสตร์
3.
วิทยาศาสตร์
4.
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
5.
สุขศึกษาและพลศึกษา
6.
ศิลปะ
7.
การงานอาชีพและเทคโนโลยี
8.
ภาษาต่างประเทศ

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
1.กิจกรรมแนะแนว
2.
กิจกรรมนักเรียน
3.
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

 

 

        

 

หลักสูตรฯ 2551 วัดผลการเรียนรู้อย่างไร

 

ความรู้เบื้องต้นประเด็น ดังนี้

1.เปรียบเทียบเรื่องการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ หลักสูตรฯ2544 กับหลักสูตร 2551

            ประเด็น

หลักสูตรฯ 2544

หลักสูตรฯ 2551

1.การวัดและประเมินผล

วัดตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด

 

2.ระดับการประเมิน

วัดผล 3 ระดับ คือ

- ระดับชั้นเรียน

- ระดับสถานศึกษา

- ระดับชาติ

 

วัดผล 3 ระดับ คือ

- ระดับชั้นเรียน

- ระดับสถานศึกษา

- ระดับเขตพื้นที่

- ระดับชาติ

 

3.เกณฑ์การผ่าน/จบ

สพฐ.กำหนดบางส่วน ส่วนที่เหลือ

สถานศึกษาเป็นผู้กำหนด

 

สพฐ.กำหนดเกณฑ์แกนกลางเป็น

ข้อกำหนด

 

2.หลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตร ฯ 2551

ส่วนของหลักการเน้นในเรื่องของกระบวนการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้

และพัฒนาการด้านต่าง ๆของผู้เรียนตามมาตรฐานและตัวชี้วัด เพื่อนข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาผู้เรียน

ตลอดจนใช้ในการตัดสินผลการเรียน

การประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ (Formative assessment) เป็นการประเมินที่ควรจะเกิดขึ้นใน

ห้องเรียนทุกวันเพื่อหาจุดเด่น จุดด้อยที่ต้องปรับปรุง ส่วนการนำผลมาตัดสิน(Summative assessment)

ใช้เมื่อจบหน่วยการเรียนหรือจบรายวิชา

3.องค์ประกอบของการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรฯ2551

องค์ประกอบของการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ยังคงเป็น 4 ด้านเหมือนหลักสูตรฯ2544 คือ

1.การประเมินตามรายกลุ่มสาระการเรียนรู้

2.การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน

3.การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์

4.การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

แต่เพิ่มรายละเอียดปลีกย่อยคือการประเมินรายวิชา/รายกลุ่มสาระการเรียนรู้ แต่เดิม(หลักสูตรฯ2544)

ต้องประเมินผลการเรียนรู้ทุกข้อและต้องผ่านทุกข้อ แต่ในหลักสูตรฯ2551ต้องประเมินตัวชี้วัดรายปีทุก

ตัวและผ่านตัวชี้วัดตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของแต่ละรายวิชา

การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์กำหนดได้กำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนไว้ 8 ข้อ

คือ 1.รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2.ซื่อสัตย์ สุจริต 3.มีวินัย 4.ใฝ่เรียนรู้ 5.อยู่อย่างพอเพียง

6.มุ่งมั่นในการทำงาน 7.รักความเป็นไทย 8.มีจิตสาธารณะ

คุณลักษณะดังกล่าวเป็นข้อบังคับสถานศึกษาอาจเพิ่มเติมได้ตามความต้องการของตน

การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ยังคงในเรื่องของการแนะแนว และกิจกรรมนักเรียนไว้ ส่วนที่

เพิ่มเติมและเป็นข้อกำหนดให้ปฏิบัติและวัดผลด้วยคือกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ที่

 

 

 

กำหนดให้จัดสรรเวลาในการปฏิบัติ ดังนี้

ระดับประถมศึกษา (.1-6) รวม 6 ปี จำนวน 60 ชั่วโมง

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น(.1-3) รวม 3 ปี จำนวน 45 ชั่วโมง

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (.4-6) รวม 3 ปี จำนวน 60 ชั่วโมง

 

 

 

 

4.เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

เกณฑ์การวัดและประเมินผลกรเรียนรู้ในแนวปฏิบัติไม่มีความแตกต่างมากนัก แต่หลักสูตร

แกนกลางระบุรายละเอียดสำคัญ ๆไว้ให้เป็นแนวปฏิบัติมากขึ้นกว่าเดิม ขอนำเสนอโดยแบ่งเป็นระดับ

การศึกษา ดังนี้

1.ระดับประถมศึกษา

1.1การตัดสินผลการเรียน ให้สถานศึกษากำหนดหลักเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

เพื่อตัดสินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนี้

1) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด

2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

3) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา

4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดใน

การอ่าน คิดวิเคราะห์ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

1.2การให้ระดับผลการเรียน การให้ระดับผลการเรียนระดับประถมศึกษาสามารถให้ระดับผล

การเรียนหลายวิธี เช่น ให้เป็นระดับ ( 8 ระดับ ) หรือระดับคุณภาพปฏิบัติของผู้เรียนเป็นระบบตัวเลข

ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ และระบบที่ใช้คำสำคัญที่สะท้อนมาตรฐาน

1.3การเลื่อนชั้น ใช้แนวทางเดียวกับการตัดสินผลการเรียน

1.4การเรียนซ้ำชั้น ในหลักสูตรฯ2551 กำหนดว่าหากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมี

แนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้

เรียนซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้เรียนขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง สถานศึกษาอาจใช้ดุลยพินิจให้เลื่อน

ชั้นได้ หากพิจารณาเห็นว่า

1)ผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 อันเนื่องมาจากสาเหตุจำเป็น หรือเหตุสุดวิสัย แต่มี

คุณสมบัติตามข้ออื่น ๆ ครบ

2)ผู้เรียนผ่านมาตรฐานและตัวชี้วัดไม่ถึงเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดในแต่ละรายวิชาและเห็น

ว่าสามารถสอนซ่อมเสริมได้ในปีการศึกษาถัดไปและมีคุณสมบัติข้ออื่น ๆ ครบถ้วน

3)ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1-3 มีผลการประเมินกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและ

คณิตศาสตร์อยู่ในเกณฑ์พอใช้ และผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 มีผลการประเมินกลุ่มสาระการ

เรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษาฯ อยู่ในเกณฑ์ผ่าน

1.5การสอนซ่อมเสริม ให้ถือว่าการสอนซ่อมเสริมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนรู้

เป็นการสอนที่นอกเหนือจากแผนการจัดการเรียนรู้ มีวัตถุประสงค์ให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานที่กำหนด

1.6การจบระดับประถมศึกษา

1)ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติม ตามโครงสร้างเวลาเรียนที่หลักสูตร

แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

2)ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านเกณฑ์กรประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด

3)ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน

ตามที่สถานศึกษากำหนด

4)ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากำหนด

5)ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากำหนด

 

 

 

 

 

 

2.ระดับมัธยมศึกษา

2.1การตัดสินผลการเรียน การตัดสินผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษามีการตัดสินในหลาย

ลักษณะคือ การผ่านรายวิชากำหนดเป็นภาคเรียน การเลื่อนชั้นปีกำหนดเป็นปีการศึกษาและการจบ

ระดับชั้นกำหนดเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักเกณฑ์การวัดและ

ประเมินผลการเรียนรู้เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนตามหลักสูตรฯ มีดังนี้

1)ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80

ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ

2)ผู้เรียนต้องเรียนได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

3)ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา

4)ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดในการ

อ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

2.2การให้ระดับผลการเรียน ในการตัดสินเพื่อให้ได้ระดับผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระ

การเรียนรู้ ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับ

รายวิชาที่จะนับหน่วยกิตได้จะต้องได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่ 1 ขึ้นไป

2.3การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

1)ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไม่เกิน 81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 63

หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด

2)ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วย โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 63

หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 14 หน่วยกิต

3)ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากำหนด

4)ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากำหนด

5)ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากำหนด

2.4การจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

1)ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 39

หน่วย และรายวิชาเพิ่มเติม ตามที่สถานศึกษากำหนด

2)ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 39

หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 38 หน่วยกิต

3)ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากำหนด

4)ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากำหนด

5)ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากำหนด

นอกเหนือจากหลักเกณฑ์กว้าง ๆที่กำหนดไว้แล้ว การวัดและประเมินผลในระดับมัธยมศึกษา

ยังมีรายละเอียดที่ขอนำเสนอเป็นหัวข้อให้ทราบเบื้องต้นคือ

1.ผลการเรียนที่มีเงื่อนไข ได้แก่ “มส” “” “” และ “มผ”

2.การเปลี่ยนผลการเรียน “0”

3.การเปลี่ยนผลการเรียน “”

4.การเปลี่ยนผลการเรียน “มส”

5.การเปลี่ยนผลการเรียน “มผ”

6.การเลื่อนชั้น

7.การเรียนซ้ำชั้น

8.การสอนซ่อมเสริม

 

 

 

 

5.การเทียบโอนผลการเรียน

สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนที่เรียนรู้จากสถานศึกษาได้ในกรณีต่างๆ

ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การละทิ้งการศึกษา และขอ

กลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อในประเทศ

นอกจากนี้ยังสมารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ จากแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เช่นสถาน

ประกอบการ สถาบันทางศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การศึกษาโดยครอบครัว

ในเรื่องของการถ่ายโอนมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ควรศึกษาเอกสารเพิ่มเติม

6.เอกสารหลักฐานการศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551

6.1 เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ได้แก่

1)ระเบียนแสดงผลการเรียน (ปพ.1)

2)ประกาศนียบัตร (ปพ.2)

3)แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3)

6.2เอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษากำหนด ได้แก่

1)แบบบันทึกผลการเรียนประจำวิชา

2)แบบรายงานประจำตัวนักเรียน

3)ระเบียนสะสม

7.ภารกิจเบื้องต้นของสถานศึกษาในเรื่องงานวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ภารกิจหลักที่ต้องเร่งทำคือ การจัดทำระเบียบการวัดและประเมินผลของสถานศึกษา โดย

โครงสร้างของระเบียบการวัดและประเมินผลของสถานศึกษาควรประกอบด้วย

-ปก

-คำนำ

-สารบัญ

ตอนที่ 1 ระเบียบสถานศึกษาว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา

ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ส่วนแรก ประกาศการใช้ระเบียบ

หมวดที่ 1 หลักการวัดและประเมินผลการเรียน

หมวดที่ 2 วิธีการวัดและประเมินผลการเรียน

หมวดที่ 3 เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียน

หมวดที่ 4 การเทียบโอนผลการเรียน

หมวดที่ 5 เอกสารหลักฐานการศึกษา

หมวดที่ 6 บทเฉพาะกาล

ตอนที่ 2 คำอธิบายระเบียบสถานศึกษาว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียน ตามหลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551

ตอนที่ 3 อื่น ๆ (ถ้ามี)

- เอกสารหลักฐานที่สถานศึกษาต้องจัดทำ หรือตัวอย่าง

- ระเบียบ คำสั่ง ที่เกี่ยวข้อง

ในเบื้องต้นขอนำเสนอประเด็นกว้าง ๆ ให้แก่ศึกษานิเทศก์ โรงเรียนที่เกี่ยวข้องได้ศึกษา เตรียมการ

ตรวจสอบ หรือปรับแนวทางระเบียบเดิมให้สอดคล้องกับหลักสูตรฯ2551 ในโอกาสต่อไปคงได้

จัดทำหรือหาข้อตกลงร่วมกัน เพื่อนำสู่การปฏิบัติต่อไป

 

ข้อมูลจาก...”เรื่องหลักสูตรฯ 2551 วัดผลการเรียนรู้อย่างไร”

    โดย ดุสิต หังเสวก   ศึกษานิเทศก์ สพท.นครปฐม เขต 1

 

 


รายงานโดย SPC  ( แก้ไขล่าสุด 2009-02-18 )